แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในสงขลา

สงขลา เป็นจังหวัดชายแดนของประเทศไทย จดกับรัฐเคดาห์(ไทรบุรี) ของมาเลเซีย เป็นเมืองท่าและเมืองชายทะเลที่สําคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้มาตั้งแต่สมัยโบราณ มีเมืองเก่าหลายเมือง มีศิลปะโบราณวัตถุสถาน ขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา การละเล่นพื้นเมือง ฯลฯ ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษตกทอดให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษามากมาย สงขลามีหาดทรายที่สวยงาม มีน้ำตก มีทะเลสาบและมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สงขลามีชื่อเสียงในด้านการประมง ในขณะที่หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางในด้านการค้า

เป็นเมืองชุมทางของภาคใต้เป็นศูนย์กลางคมนาคม และเป็นเมืองชายแดนติดต่อระหว่างไทยและมาเลเซีย หาดใหญ่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในด้านธุรกิจการค้า ในขณะเดียวกันสงขลายังคงรักษาความเก่าแก่ของโบราณสถานเป็นเอกลักษณ์ของเมืองให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป สงขลาจึงเหมาะแก่การท่องเที่ยว เพราะมีลักษณะที่แตกต่างในตัวเองถึง 2 ลักษณะคือ ความเก่าแก่และความใหม่ของเมืองสงขลา(หาดใหญ่) ด้วยระยะทางห่างกันเพียง 30 กิโลเมตร เมืองสงขลาเดิมมีชื่อว่า ” เมืองสทิง ” ตั้งอยู่ที่อําเภอ “สทิงพระ”ในปัจจุบัน

ส่วนพ่อค้าชาวอินเดีย เปอร์เซียและอาหรับ ที่เดินทางเข้ามาค้าขายกับเมืองสทิงพระเรียกเมืองนี้ว่า “เมืองสิงหลา” เพราะตอนที่จะแล่นเรือเข้าปากทะเลสาบสงขลานั้นมีเกาะสองเกาะซึ่งมองจากด้านนอกคล้ายสิงห์หมอบอยู่ 2 ตัว ก็เลยเรียกชื่อเมืองตามสัญลักษณ์ที่ได้เห็นแต่แรก เกาะสองเกาะนี้คือ เกาะหนู เกาะแมว ในปัจจุบันนี้เอง

สงขลาตั้งอยู่บนเส้นทางติดต่อโลกวัฒนธรรมตะวันออก-ตะวันตก หมู่เกาะและแผ่นดินใหญ่ จึงเป็นบ้านหลอมทางชาติพันธุ์ เป็นขอบรอยต่อระหว่างวัฒนธรรมฮินดู-พุทธ-มุสลิม และเป็นแหล่งตั้งถิ่นฐานใหญ่ของชาวจีนโพ้นทะเล อันเป็นผลจากการที่สงขลาเป็นเมืองท่าการค้าเสรีมาตั้งแต่อดีตคนไทยพุทธ เป็นคนท้องถิ่นภาคใต้ มีทั้งคนท้องถิ่นสงขลา และที่อพยพมาจากพัทลุง นครศรีธรรมราช ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่และทำนา คนไทยมุสลิมอยู่ภายใต้วัฒนธรรมชวา-มลายู คนไทยมุสลิมส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง หรือค้าขาย ตั้งถิ่นฐานบริเวณชายฝั่งทะเลสาบ และอ่าวไทย

นอกจากนั้น ยังมีชุมชนชาวไทยมุสลิมในเขตรอยต่อวัฒนธรรมพุทธ  มุสลิม ระหว่างจังหวัดสงขลา-ปัตตานี ในเขตอำเภอเทพา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา และในเขตอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดยะลา คนไทยเชื้อสายจีนชาวจีนฮกเกี้ยนเริ่มมาตั้งถิ่นฐาน และมีบทบาททางเศรษฐกิจและการปกครองในสงขลาช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา โดยเริ่มจากนายจีนเหยี่ยง แซ่เฮา คนจีน และวัฒนธรรมจีนเข้ามาผสมผสานกับวัฒนธรรมไทยอย่างเด่นชัดช่วงรัชกาลที่ 3-5 ปัจจุบันแหล่งคนจีนกลุ่มใหญ่ที่สุดอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งคนจีนเป็นผู้บุกเบิกเปลี่ยนป่าให้เป็นเมืองธุรกิจสำคัญในทุกวันนี้

การเดินทางไปยังจังหวัดสงขลา

รถยนต์
จากกรุงเทพมหานครไปตามทางหลวง หมายเลข 4 เส้นทางภาตใต้ ผ่านประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-ตรัง-พัทลุง-สงขลา รวมระยะทาง 950 กิโลเมตร

รถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดบริการเดินรถระหว่าง กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ทุกวัน ทั้งรถด่วนและรถเร็ว สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สถานนีรถไฟ

รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารประจำทาง กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ และกรุงเทพฯ-สงขลาบริการทุกวัน โดยใช้เวลาในเดินทางประมาณ 13 ชั่วโมง สอบถามเพิ่มเติมติดต่อขนส่งสายใต้

เครื่องบิน
มีเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ -หาดใหญ่ ทุกวัน  โดยมีสายการบินต่างๆ ดังนี้ บริษัทการบินไทย สายการบิน นกแอร์ สายการบินแอร์เอเชีย นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินระหว่าง ภูเก็ต-หาดใหญ่ ทุกวัน โดยสายการบินภูเก็ตแอร์

การเดินทางไปยังจังหวัดต่าง ๆ
นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ โดยขึ้นรถที่สถานีเดินรถที่อำเภอหาดใหญ่ บริษัท โพธิ์ทองขนส่ง จำกัด โทร. 0 7431 1126 (เดินรถระหว่างสงขลา-หาดใหญ่) บริษัท ระโนด ขนส่ง โทร. 0 7431 1523 (เดินรถระหว่างสงขลา-นครศรีธรรมราช)

 

%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเมื่อมาถึงจังหวัดสงขลา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

เงือกทอง

เงือกความหมายโดยทั่วไปหมายถึง หญิงสาวที่มีร่างกายท่อนล่างเป็นปลา อาศัยอยู่ในน้ำ แต่จริงแล้วเป็นจินตนาการของสุนทรภู่กวีในสมัยพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาล ที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509  ความเป็นมาของนางเงือกนี้ มาจากนิทานปรัมปราที่เล่าว่า ในคืนหนึ่ง หนุ่มชาวประมงไปพบนางเงือกนั่งหวีผมอยู่ แต่นางเงือกตกใจจึงหนีลงน้ำ ทิ้งไว้แต่หวีทองคำและไม่ปรากฏตัวให้เห็นอีกเลย

โดยความคิดริเริ่มของ นายชาญ กาญจนาคพันธุ์ ปลัดจังหวัดสงขลา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครสงขลา ปั้นเป็นรูปนางเงือกนั่งหวีผมที่ชายหาดและให้ชื่อว่า”เงือกทอง Golden Mermaid” เมื่อปั้นและหล่อเสร็จแล้วได้นำมาตั้งบนโขดหินที่แหลมสมิหลา และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของแหลมสมิหลา จังหวัดสงขลามาจนทุกวันนี้

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในสงขลา

แหลมสมิหลา

อยู่ในเขตเทศบาลเมือง ห่างจากตลาดสดเทศบาลประมาณ 3 กิโลเมตร มีหาดทรายขาวสะอาด และทิวสนอันร่มรื่น มีร้านขายอาหารอยู่มาก จุดนี้นักท่องเที่ยวจะนิยมไปถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นเงือกทองที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา อีกทั้งเดินเล่นชมบรรยากาศความสวยงามโดยรอบ ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมของสงขลา ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวจะมาเดินเล่น พักผ่อนชมความสวยงามของชายหาดแห่งนี้

แหลมสนอ่อน

ติดกับแหลมสมิหลา ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือด้านทิศตะวันตกของแหลมสนอ่อน เป็นทะเลสาบสงขลา บริเวณรอบๆ แหลมสนอ่อนมีถนน สามารถชมทิวทัศน์ได้ทั้งทะเลหลวงและทะเลสาบ นอกจากนี้ยังมีสวนสนซึ่งเหมาะแก่การพักผ่อนและนั่งพักรับประทานอาหาร นักท่องเที่ยวและชาวเมืองจะนิยมมานั่งเล่นกันโดยเฉพาะช่วงวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ จะมากันเป็นครอบครัวหรือเพื่อๆ สามารถนั่งเล่นชมบรรยากาศความสวยงามของแหลมสนอ่อนแห่งนี้แบบสบายๆ

หาดชลาทัศน์ 

เป็นชายหาดที่ยาวต่อเนื่องมาจากหาดสมิหลาโดยมีแหลมสมิหลาเป็นจุดแบ่ง มีหาดทรายที่ขาวสะอาดเล่นน้ำได้ตลอดแนว ลักษณะของหาดค่อนข้างเป็นเส้นตรง มีถนนชลาทัศน์เลียบแนวชายหาดและมีแนวต้นสนให้ความร่มรื่นยาวตลอดหาด เนื่องจากหาดหันไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นได้อย่างสวยงามในตอนเช้า

ทะเลสาบสงขลา 

เป็นทะเลสาบแห่งเดียวในประเทศ ไทย มีความยาวจากปากน้ำไปทางทิศเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร ส่วนกว้างไม่แน่นอน บางตอนแคบ บางตอนกว้างมาก ส่วนที่กว้างที่สุดประมาณ 20-25 กิโลเมตร ทะเลสาบสงขลาเป็นทะเลสาบน้ำจืด แต่จะกร่อยในช่วงที่ติดกับทะเล ตรงปากอ่าวในทะเลสาบมีเกาะอยู่หลายเกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะใหญ่ เกาะสี่ เกาะห้า เกาะแก้ว เกาะหมาก เกาะราย และเกาะยอ นักท่องเที่ยวสามารถหาเรือท่องเที่ยวในทะเลสาบได้แก่ เกาะหนู-เกาะแมว  เกาะหนู-เกาะแมว เป็นเกาะใกล้ชายฝั่งขนาดเล็ก อยู่นอกแหลมสมิหลา มีหินสวยงามเหมาะสำหรับตกปลา

แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญชื่อดังในเมืองสงขลา

ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ สงขลา

สรรค์สร้างขึ้นเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณ ชายหาดสมิหลา ให้เป็นสถานที่พักผ่อนของ นักท่องเที่ยวและชาวสงขลา โดยนำเอา คติความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคที่เชื่อว่า “พญานาค” เป็นสัญลักษณ์ของการ กำเนิดน้ำและความอุดมสมบูรณ์ ชาวใต้จึงนับถือพญานาคเป็น สิ่งศักดิ์สิทธิ์และกราบไหว้ขอพร เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต นับ เป็นแหล่งการเรียนรู้ทาง วัฒนธรรมแห่งใหม่ที่เกิดขึ้นของ ชาวสงขลา

ประติมากรรมพญานาค พ่นน้ำเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของจังหวัดสงขลา มีลักษณะแบบลอยตัว สามารถมองเห็นได้รอบด้าน  ออกแบบ โดย อาจารย์มนตรี สังข์มุสิกานนท์ (รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณคนปัจจุบัน) มีการสร้างขึ้นเป็น 3 ส่วน คือ หัวพญานาค  สะดือพญานาค และหางพญานาค

ที่ท่องเที่ยวในสงขลา-สถานที่ท่องเที่ยวในไทย

อุทยานนกน้ำคูขุด  

ห่างจากที่ว่าการอำเภอสทิงพระเข้าไปทางแยกประมาณ 3 กม. อยู่ทิศเหนือห่างจากสงขลา 32 กม. ได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ทะเลสาบสงขลา เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2518 และเป็นอุทยานนกน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย  จากการสำรวจของกรมป่าไม้พบว่ามีนกชนิดต่างๆ กว่า 112 ชนิด ซึ่งนกเหล่านี้จะมาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมากในช่วงเดือนธันวาคม-เมษายน

ที่บริเวณที่ทำการอุทยานมีเรือทัวร์ชมรอบๆ บริเวณอุทยานนกน้ำ ในราคาประมาณ 150 บาท ใช้เวลาเที่ยวชมนกประมาณ 1 ชั่วโมง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลานี้ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเกาะ คือมีเกาะเล็กเกาะน้อยมากมาย และหญ้าทะเลขึ้นเขียวขจีเหมือนกับทุ่งหญ้ากลางทะเลซึ่งเป็นธรรมชาติที่มีทิวทัศน์งดงามมาก

แหล่งท่องเที่ยวในสงขลา สถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว

เกาะยอ 

เป็นเกาะเล็ก ๆ ในทะเลสาบสงขลา เดินทางโดยข้ามสะพานติณสูลานนท์ ไปตามเส้นทาง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 407 และเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 4083 ทางไปอำเภอสิงหนคร เกาะยอมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 9,275 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นไหล่เขาและที่ราบตามเชิงเขา เหมาะแก่การเกษตรกรรม บนเกาะยอมีการทำสวนผลไม้แบบสุมรุม หมายถึงผลไม้จะผลัดกันให้ผลผลิตตลอดปี เช่น ส้มโอ มะพร้าว ขนุน

ผลไม้ที่มีชื่อของเกาะยอคือ จำปาดะ ลักษณะคล้ายขนุนแต่ลูกเล็กกว่า สามารถนำไปทอดเหมือนกล้วยแขก หรือจะกินสดก็ได้ และผ้าทอเกาะยอ เป็นผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากผู้นิยมสวมใส่ผ้าไทย มีลายที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ลายราชวัตถ์ ดอกพิกุล ดอกพะยอม เนื้อผ้าดูแลรักษาง่าย นอกจากนั้นเกาะยอยังเป็นแหล่งเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังในทะเลสาบสงขลาอีกด้วย

หาดเก้าเส้ง 

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง-ตำนานหาดเก้าเส้ง

อยู่ทางทิศใต้ของหาดสมิหลาประมาณ 3 กิโลเมตร มีถนนแยกจากถนนไทรบุรี ตรงสามแยกสำโรง (โรงพยาบาลประสาท) เป็นหาดที่สวยงามแห่งหนึ่งของสงขลา มีโขดหินระเกะระกะอยู่ริมทะเล และมีอยู่ก้อนหนึ่งตั้งเด่นอยู่เหนือโขดหิน ซึ่งชาวบ้านเรียกหินก้อนนี้ว่า หัวนายแรง มีตำนานเล่าถึงเขาเก้าเส้งว่า ครั้งนั้นทางเมืองนครศรีธรรมราชกำหนดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในเจดีย์ และจัดงานเฉลิมฉลองใหญ่โต บรรดา 12 หัวเมืองปักษ์ใต้ต่างก็นำเงินทองไปบรรจุในพระบรมธาตุ เมืองที่นายแรงเป็นเจ้าเมืองก็เป็นเมืองขึ้นนครศรีธรรมราชด้วย ประกอบกับนายแรงมีความศรัทธาในพุทธศาสนา

จึงขนเงินทองเป็นจำนวนมากถึงเก้าแสนบรรทุกเรือสำเภา พร้อมด้วยไพร่พลออกเดินทางไปเมืองนครศรีธรรมราช ขณะกำลังเดินทางเรือสำเภาถูกคลื่นลมชำรุด จึงเข้าจอดเรือที่ชายฝั่งหาดทรายแห่งหนึ่ง เพื่อซ่อมแซมเรือ พอได้ทราบข่าวว่าทางเมืองนครศรีธรรมราชได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเสร็จแล้ว นายแรงเสียใจมาก จึงให้ไพร่พลขนเงินทองบรรจุไว้บนยอดเขาลูกหนึ่ง สั่งให้ลูกเรือตัดหัวของตนไปวางไว้ที่ยอดเขา นายแรงกลั้นใจตาย ลูกเรือต้องจำใจตัดหัวเจ้านายไปวางไว้บนยอดเขาตามคำสั่ง เขาลูกนี้ภายหลังเรียกว่า เขาเก้าแสน เรียกเพี้ยนไปเป็น เก้าเส้งก้อนหินที่ปิดทับบนยอดเขาเรียกว่าหัวนายแรง ชาวบ้านเชื่อว่าดวงวิญญานของนายแรงยังเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์มาจนทุกวันนี้

ขาน้อย สงขลา

อยู่ใกล้กับแหลมสมิหลา เป็นภูเขาเล็กๆ มีถนนลาดยางขึ้นสู่ยอดเขาเพื่อชมทิวทัศน์ของเมืองสงขลา สามารถมองเห็นทัศนียภาพได้โดยรอบ   เชิงเขาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นสวนเสรี มีไม้ประดับตกแต่งเป็น รูปสัตว์ต่างๆ บนยอด เขาน้อย เป็นที่ประดิษฐาน อนุสาวรีย์กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปชมวิวทิวทัศน์ในจุดนี้กันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งด้านบนยังมีวัดเขาน้อนและพระตำหนักเขาน้อยอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมืองสงขลา

เขาตังกวน

อยู่ทางทิศตะวันออกของเขาน้อย ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสงขลามีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 105 เมตร มีบันไดทางขึ้นอยู่ใกล้วัดแหลมทราย (สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 ฟุต) สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองสงขลา และทะเลสาบสงขลาได้อย่างชัดเจน บนยอดเขามีเจดีย์และตำหนักบนยอดเขาตังกวนเป็นทีjประดิษฐานโบราณสถานสำคัญ ประกอบด้วย พระเจดีย์หลวง พลับพลาที่ประทับ รัชกาลที่ 4 และประภาคาร  พระเจดีย์หลวงบนยอดเขาตังกวน เป็นพระเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงระฆัง ไม่ปรากฏหลักฐานความเป็นมา

จนปี พ.ศ.2402 รัชกาลที่ 4 เสด็จพระราชดำเนินประพาสเมืองสงขลา หลังจากนั้นในปี 2409 จึงได้โปรดเกล้าให้เจ้าพระยาวิเชียรคิรี (เม่น) ทำการบูรณะปฎิสังขรณ์พระเจดีย์ให้สูงใหญ่กว่าของเก่า ได้สร้างคฤหไว้ที่ฐานพระเจดีย์ และต่อเติมเก๋งที่มุมกำแพง และเมื่อ พ.ศ. 2539 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุ และเครื่องสักการะบูชาประดิษฐานไว้ ณ พระเจดีย์หลวง การขึ้นเขาตังกวน มีลิฟท์บริการ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.30-18.30 น.

สวนสัตว์สงขลา

เป็นสวนสัตว์เปิดริมถนนสงขลา-จะนะ ตำบลเขารูปช้าง มีเนื้อที่ 911 ไร่ มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และขยายพันธุ์สัตว์ป่าของไทยคืนสู่ธรรมชาติ พื้นที่เป็นภูเขาเล็กๆ หลายลูก มีถนนลาดยางโดยรอบและแยกชนิดสัตว์ไว้เป็นหมวดหมู่ มีสัตว์มากมายหลายชนิด ทั้งที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศและต่างประเทศ เช่น อูฐ นกชนิดต่างๆ วัวแดง เสือ จระเข้ ฯลฯ

นอกเหนือจากสัตว์ป่าชนิดต่างๆอันควรค่าแก่การศึกษา สวนสัตว์สงขลายังมีจุดเด่นที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือ จุดชมวิวซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองสงขลา บริเวณนั้นมีร้านอาหารไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะนิยมไปกันกับเพื่อน และครอบครัวเนื่องจากมีกิจกรรมต่างๆมากมาย ได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินอีกด้วย

สถานที่แสดงพันธุ์สัตว์น้ำสงขลา

เป็นโครงการที่ดำเนินการก่อสร้างใน ปี พ.ศ. 2549 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนและ ประชาชนทั่วไปให้เป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาเกี่ยวกับระบบ นิเวศทางน้ำและพันธุ์สัตว์น้ำหลากหลายชนิด มีเนื้อที่รวม ประมาณ 7.5 ไร่ ตัวอาคารมีเนื้อที่ 2 ไร่ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนน้ำจืด เป็นการจำลองน้ำตกที่มีชื่อเสียงของ ภาคใต้ และการแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด

ส่วนน้ำกร่อย เป็นการจำลองระบบนิเวศของน้ำ เช่น ป่าชายเลน พืช และสัตว์ที่อาศัยบริเวณป่าชายเลน ส่วนทะเล มีสัตว์ทะเลและพันธุ์ปลาหลากหลาย ชนิดสามารถชมผ่านจอแก้วพานอรามาที่มีขนาดสูง 3 เมตร ยาว 7 เมตร สามารถชมปลาได้ในมุมกว้าง หากมีโอกาศไปเที่ยวสงขลาอย่าลืมแวะเข้าไปชม สถานที่แสดงพันธุ์สัตว์น้ำสงขลา นอกจากจะได้รับความรู้แล้วยังได้ความสนุกสนาเพลิดเพลินอีกด้วย เหมาะที่จะไปกับเพื่อนหรือว่าไปกับครอบครัวก็ได้

วัดเกาะถ้ำ

อยู่ห่างจากสามแยกสำโรง ตามเส้นทางสายสงขลา-นาทวี ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง มีรอยพระพุทธบาทจำลองอยู่บนยอดเขา ประชาชนนิยมไปกราบไหว้บูชา ติดกับวัดเกาะถ้ำมีวัดแม่ชีที่เงียบสงบ สถานที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับทำสมาธิและวิปัสสนา อีกหนึ่งวัดสำคัญที่มาสงขลาแล้วต้องแวะมากราบสักการะ เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต

วัดชื่อดังในสงขลา-สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในไทย

วัดมัชฌิมาวาส(วัดกลาง)

เป็นวัดใหญ่และสำคัญที่สุดในจังหวัดสงขลา อายุ 400 ปี สร้างตอนปลายอยุธยา เดิมเรียกว่าวัดยายศรีจันทร์ กล่าวกันว่ายายศรีจันทร์ คหบดีผู้มั่งคั่งในเมืองสงขลาได้อุทิศเงินสร้างขึ้น ต่อมามีผู้สร้างวัดเลียบ ทางทิศเหนือ และวัดโพธิ์ ทางทิศใต้ ชาวสงขลาจึงเรียกวัดยายศรีจันทร์ว่า “วัดกลาง” และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดมัชฌิมาวาส” โดยพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นวชิรญาณวโรรสคราวเสด็จเมืองสงขลาเมื่อปี พ.ศ. 2431

ในวัดมีโบราณสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง อาทิ พระอุโบสถ สร้างสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นศิลปะประยุกต์ไทย-จีน ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เช่น ภาพท่าเรือสงขลาที่หัวเขาแดงที่มีการค้าขายกันคึกคัก ซุ้มประตู เป็นศิลปะจีนกับยุโรป และมีพิพิธภัณฑ์ “ภัทรศิลป” เป็นที่เก็บพระพุทธรูป วัตถุโบราณ ซึ่งรวบรวมมาจากเมืองสงขลา สทิงพระ ระโนด ซึ่งเป็นหลักฐานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ควรค่าแก่การศึกษา เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์-อังคารและวันหยุดราชการ เวลา 13.00 – 16.00 น.

พิพิธภัณฑ์พะธำมะรงค์

ตั้งอยู่ที่ถนนจะนะใกล้กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบ้านพักเดิมของรองอำมาตย์โทขุนวินิจทัณฑกรรม (บึ้ง ติณสูลานนท์) บิดาของ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ พิพิธภัณฑ์ฯ เป็นสถาปัตยกรรมแบบเรือนไทยที่สร้างขึ้นเพื่อจำลองสถานที่เกิดของ พณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษซึ่งเป็นชาวจังหวัดสงขลา จากคำบอกเล่าความทรงจำในอดีตสมัยที่บิดาของท่านดำรงตำแหน่งพัสดีเรือนจำสงขลา

“พะทำมะรง” เป็นตำแหน่งเก่าของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีควบคู่กับตำแหน่งพัสดีปรากฎหลักฐานอยู่ในกฎหมายตราสามดวง และอัยการลักษณะต่าง ๆ ตำแหน่งพะทำมะรงได้ใช้ติดต่อกันมาตลอดจนได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479 ตำแหน่งพะทำมะรงจึงได้ถูกยกเลิกไป พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันเว้นวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-16.00 น.

พิพิธภัณฑสถานที่มีชื่อเสียงในสงขลา-สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา

ตั้งอยู่ที่ถนนวิเชียรชม เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน อายุกว่า 100 ปี เดิมเป็นบ้านพักส่วนตัวของพระยาสุนทรานุรักษ์ (เนตร ณ สงขลา) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา สร้างเมื่อ พ.ศ. 2421 จนกระทั่งปี พ.ศ. 2437 จึงใช้เป็นที่พำนักและว่าราชการของพระวิจิตรวรศาสตร์ ข้าหลวงพิเศษตรวจราชการเมืองสงขลา ซึ่งต่อมาก็คือเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) หลังจากนั้นใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลนครศรีธรรมราชและเป็นศาลากลางจังหวัดจนถึงปี พ.ศ. 2496

ในปี พ.ศ. 2516 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนอาคารนี้เป็นโบราณสถานและปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2525 ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงศิลปวัตถุภาคใต้ตอนล่าง และเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ทางด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ ชาติพันธุ์วิทยา ศิลปะจีน ศิลปะพื้นบ้านพื้นเมือง

อาทิ บานประตูไม้เดิมของจวน เป็นศิลปะพุทธศตวรรษที่ 24 ทำด้วยไม้จำหลักเขียนสีและประดับมุกฝีมือช่างชาวจีนชั้นครู แสดงออกถึงคตินิยมในธรรมเนียมประเพณี วรรณคดี ศาสนาตามแบบจีนที่วิจิตรงดงามยังความสมบูรณ์อยู่มาก โบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์แหล่งโบราณคดีจากบ้านเชียง และกาญจนบุรี เปิดให้เข้าชมวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-12.00 น. และ 13.00-16.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท

พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา-สถาบันทักษิณคดีศึกษา

มีพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ 1 งาน 39.9 ตารางวา พื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่บริเวณเชิงเขา และอีกส่วนหนึ่งอยู่บนยอดเขา และเมื่อขึ้นไปอยู่บนสุดของพื้นที่ จะสามารถมองเห็นทะเลสาบส่วนที่ล้อมเกาะทั้ง 3 ด้าน เป็นทัศนียภาพที่สวยงามมาก สถาบันแห่งนี้ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2521 เพื่อศึกษาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ และมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ไว้

เป็นที่น่าสนใจมาก เช่น ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจิตรกรรมฝาผนัง เครื่องดนตรีพื้นบ้านตลอดจนผลิตภัณฑ์งานฝีมือต่างๆ สถาบันทักษิณคดีศึกษาประกอบด้วยส่วนสำคัญ 5 ส่วนคือ พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา อุทยานวัฒนธรรมศูนย์วิทยบริการด้านวัฒนธรรม งานส่งเสริมและเผยแพร่และหมู่บ้านวัฒนธรรมสาธิต สถาบันเปิดให้ผู้สนใจชมในเวลาราชการทุกวัน ค่าเข้าชมคนละ 5 บาท

บ้านศรัทธา

เป็นบ้านที่ชาวสงขลาพร้อมใจกันสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานสำคัญทาง ประวัติศาสตร์มอบให้กับ ฯณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรีและรัฐบุรุษ ในสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2534 ต่อมาท่านได้มอบบ้านศรัทธานี้คืนให้กับชาวสงขลาเมื่อปี 2539 พร้อมกันนี้ชาวจังหวัดสงขลาได้จัดสร้างอาคารหอสมุดกาญจนาภิเษกขึ้น ตรงเชิงเขาใกล้กับบ้านศรัทธาและเปิดเป็นที่ศึกษาค้นคว้า บ้านศรัทธาตั้งอยู่บนเนินเขา ใกล้กับบ้านศรัทธา และเปิดเป็นที่ศึกษาค้นคว้าและท่องเที่ยว บ้านศรัทธานี้เป็นสิ่งที่ แสดงถึงศรัทธาที่ชาวสงขลามีต่อ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองสงขลา-เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว

สะพานติณสูลานนท์

เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงที่เชื่อมระหว่างทางหลวงหมายเลข 407 สายหาดใหญ่-สงขลา กับทางหลวง 408 สายสงขลา-ระโนด โดยสะพานแห่งนี้ เป็นสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา แบ่งออกเป็นสองช่วง คือช่วงแรก เชื่อมระหว่างชายฝั่ง อ.เมือง สงขลา บริเวณบ้านน้ำกระจาย กับเกาะยอตอนใต้ ความยาวรวมเชิงสะพานทั้งสองด้าน 1,140 เมตร ช่วงที่ 2

เชื่อมระหว่างฝั่งด้านเหนือของเกาะยอกับฝั่งบ้านเขาเขียว ความยาวทั้งทั้งสิ้น 1,800 เมตร สะพานนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อ 26 มีนาคม 2527 และเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2529 สะพานแห่งนี้ได้กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยว ที่จะต้องเดินทางแวะชมควบคู่ไปกับการมาท่องเที่ยวและรับประทานอาหารที่เกาะยอ

กำแพงเมืองสงขลา

สร้างในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนกำแพงเมืองสงขลา ซึ่งปัจจุบันมี คงเหลือความยาว 143 เมตร เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใน และเป็นเอกลักษณ์เก่าแก่ของจังหวัดสงขลาสามารถมาเดินชมและถ่ายรูปความสวยงามของกำแพงเมืองเก่าสงขลาแห่งนี้ได้

ย่านเมืองเก่าสงขลา (ถนนนครนอก ถนนนครใน)

ปัจจุบันยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ มีห้องแถวไม้แบบจีน ตึกคลาสสิคสไตล์ชิโนโปรตุเกตุ และยังมีอาคารตึกแถวแบบจีนโบราณของชาวจีนฮกเกี้ยนอยู่ปะปนกันทั้งสองฟากฝั่งถนน โดยอาคารหลายหลังมี การปรับปรุง ทาสีใหม่ แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอาคารอาคารเก่าเหล่านี้สะท้อนภาพการเป็นเมืองสำคัญด้านการปกครอง และทางเศรษฐกิจมา

แต่ครั้งสมัยธนบุรีอีกทั้งการเป็นเมืองท่าติดทะเลทำให้ได้รับวัฒนธรรมจากหลากหลายเชื้อชาติ ผสมผสานกันเป็นวัฒนธรรมเฉพาะตัวแบบสงขลา ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินหรือสิ่งปลูกสร้าง ถึงแม้ปัจจุบันการค้าขายสมัยใหม่จะย้ายไปรวมกันที่หาดใหญ่ แต่ทว่าตึกเก่าที่คงสภาพอยู่กันอย่างหนาแน่นเหล่านี้ก็เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความรุ่งเรืองในอดีต และวัฒนธรรมที่ผสมกลมกลืนกันมาอย่างแนบแน่นยาวนาน นักท่องเที่ยวที่มาจะชอบมาเดินชมบรรยากาศโดยรอบ ได้อารมณ์ความเก่าแก่ ที่สวยงาม อีกหนึ่งเสน่ห์ของเมืองสงขลาที่ไม่ควรพลาด

ถนนคนเดินสงขลาแต่แรก

เพลินกินของหรอย ย้อนรอยบ่อยาง นักท่องเที่ยวนิยมไปเดินเล่น หาของอร่อยรับประทาน อีกทั้งเลือกซื้อสินค้ามากมายหลากหลายที่นี้ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมในจังหวัดสงขลา จัดขึ้นทุกวันศุกร์-วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. ณ บริเวณถนนจะนะ นักท่องเที่ยวที่มาจะไม่พลาดแวะมาเดินเล่นตลาดแห่งนี้นั้นเอง

พระบรมรูปกรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์สงขลา

ตั้งอยู่ถัดจากสวนสองทะเลส่วนหัวพญานาคพ่นน้ำประมาณ 300 เมตร มีอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ กับสวนสวนร่มรื่น ด้านหน้าอนุสาวรีย์ติดทะเล มีปืนใหญ่จำลองทิวทัศน์สวยงาม  นักท่องเที่ยวจะนิยมเดินทางมาสักการะอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์เมื่อมาเที่ยวยังจังหวัดสงขลา จากวงเวียนสวนสองทะเลระยะทางประมาณ 300 เมตร มีลานจอดรถเป็นแนวยาวไปจนถึงอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มุมแรกที่ได้เห็นคือด้านข้างที่ลานจอดรถมีร้านขายดอกไม้ธูปเทียนเครื่องสักการะต่างๆ เปิดทุกวัน

เที่ยวน้ำตกในเมืองสงขลา-สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดนิยมในไทย

น้ำตกโตนงาช้าง

ห่างจากตัวเมืองอำเภอหาดใหญ่ประมาณ26กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งในภาคใต้อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้างเป็นน้ำตก ที่สวยงามแห่งหนึ่งในภาคใต้ อยู่ห่างจากอำเภอ หาดใหญ่ประมาณ 26 กม. ไปตามเส้นทางหาดใหญ่-รัตภูมิ ประมาณ 13 กม. น้ำตกโตนงา ช้างมีด้วยกันทั้งหมด 7 ชั้น ชั้นที่สวยงามและเป็นชื่อของน้ำตกคือ ชั้นที่ 3 ซึ่งมีสายน้ำตกแยกออกมา ลักษณะคล้ายงาช้าง

อันเป็นที่มาของคำว่า “โตน” ภาษาพื้นเมืองแปลว่า น้ำตกโตนงาช้าง หมายถึง น้ำตกรูปงาช้างภายในบริเวณน้ำตกโตนงาช้างยัง มีเส้นทางเดินป่าไว้ให้นักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัย เข้าถึงธรรมชาติ ใครที่ชื่อชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแนะนำว่าห้ามพลาดที่จะมาชมความสวยงามของน้ำตกโตนงาช้างแห่งนี้ อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและมีความสวยงามที่ธรรมชาติได้สร้าเอามาไว้ให้ชม สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของสงขลานั้นเอง

อาหารขึ้นชื่อในจังหวัดสงขลา

แนะนำอาหารขึ้นชื่อยอดนิยมในสงขลา-หาดใหญ่

หากมาเที่ยวยังจังหวัดสงขลาแล้ว เป็นต้องไม่พลาดชิมอาหารท้องถิ่น ที่ขึ้นชื่อในจังหวัดสงขลาอีกด้วย อาหารขึ้นชื่อในจังหวัดสงขลานั้นก็คือ เต้าคั่ว เป็นอาหารว่างคล้ายยำสลัด มีรสเปรี้ยว เค็ม หวาน ประกอบด้วยเส้นหมี่ เต้าหู้ทอด หมูหั่นเป็นชิ้น กุ้งฝอยสดผสมแป้งและน้ำกะทิทอดกรอบ ไข่ต้ม ผักบุ้งลวก ถั่วงอกลวก แตงกว่าหั่นฝอย ราดด้วยน้ำยา ซึ่งทำจากน้ำส้มสายชูผสมน้ำตาลปี๊บ เจ้าอร่อยอยู่ด้านหลังตลาดกิมหยง หากมีเวลาลองแวะไปรับประทานดู

อาหารท้องถิ่นของเมืองสงขลา-มาหาดใหญ่แล้วต้องลอง

และอีหนึ่งเมนูยอดนิยมที่ไม่ควรหาลองรับประทานเลยนั้นก็คือ เต้าหู้ยี้เสวย เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารขึ้นชื่อของเมืองสงขลา ต้นตำรับต้องของตระกูลสุมังคละ ร้านตั้งอยู่ที่ถนนนางงาม ร้านนี้สืบทอดกรรมวิธีในการผลิตตามแบบบรรพบุรุษมา 4 ช่วงคน ที่ได้ชื่อว่าเต้าหู้ยี้เสวยเพราะเคยทูลเกล้าฯ ถวายรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 9 มาแล้ว

ส่วนเรื่องรสชาติอร่อยอยู่แล้วตามคำล่ำลือนั้นเอง นักท่องเที่ยวที่มาจะนิยมไปลองสองเมนูข้างต้นที่บอก เพราะเป็นเมนูที่ชาวสงขลาภูมิใจนำเสนอให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองกัน ไปเที่ยวยังจังหวัดสงขลาแล้วอย่าลืมแวะไปหาลองกันได้ แล้วจะติดใจในรสชาติ

 

สนใจค้นหาที่พักในสงขลา CLICK !!

ค้นหาโรงแรมที่พักราคาถูก

 

Summary
Review Date
Reviewed Item
สถานที่ท่องเที่ยวสงขลา
Author Rating
51star1star1star1star1star

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *